Google Apps Administration Guide
Contents
2. Administration control panel
เอกสารฉบับนี้จัดทำเพื่อเป็นคู่มือสำหรับผู้บริหารระบบ
Google Apps โดยมีเนื้อหาเริ่มต้นจากการสร้าง Google
Apps สำหรับโดเมน การจัดการตั้งค่าบริการต่างๆ
และการจัดการข้อมูลผู้ใช้งานระบบ ซึ่งมีรายละเอียดดังจะกล่าวต่อไปนี้
ก่อนที่จะทำการสร้าง Google Apps สำหรับโดเมนได้นั้นจะต้องมี Gmail account ซึ่งท่านจะต้องใช้ account นี้เป็น primary email address สำหรับ Domain administrator ต่อไป การสมัคร Gmail นั้นมีขั้นตอนดังนี้
1) เรียก URL: http://mail.google.com/mail/signup ระบบจะพาไปยังหน้า Create an Account
2) ที่หน้า Create an Account ใส่ข้อมูลลงในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน

รูปที่ 1: แบบฟอร์มการสร้าง Gmail Account
3) I accept Create my account: กดปุ่ม I accept Create my account เมื่อระบบสร้าง Account แล้วจะพามายังหน้า Introduction to Gmail ซึ่งแสดงข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับฟังก์ชั่นของบริการ Gmail
![]()
![]()

รูปที่ 2: แนะนำการใช้ Gmail
4) กดที่ลิงค์ Im ready show my account หรือ ลิงค์ http://mail.google.com เพื่อเข้าไปยัง Gmail ด้วย Account นี้ จะเข้าสู่กล่องจดหมายของท่าน และสามารถใช้งาน Gmail ได้ทันที

รูปที่ 3: กล่องจดหมายของ Gmail
สำหรับการใช้งาน Gmail นั้น จะมีรายละเอียดในเอกสาร Google Apps User manual
1.2. Signing
up Google Apps- Education Edition
การสมัคร Google Apps Education Edition สำหรับโดเมนของท่าน มีขั้นตอนดังนี้
1) เรียก URL: http://www.google.com/a/cpanel/education/new ระบบจะพาไปยังหน้า 3 ขั้นตอนในการสมัคร Google Apps
2)
ขั้นตอนทั้ง 3 มีดังนี้
Step 1: Sign in with your
Google Account
เข้าสู่ระบบโดยใช้ Google Accountซึ่งสมัครไว้แล้วในข้อ 1.1. Signing up Gmail

รูปที่ 4: ขั้นตอนที่ 1 - เข้าสู่ระบบด้วย
Google Account
Sign
in ให้เข้าสู่ระบบโดยใส่ user name และ password แล้วกดปุ่ม Sign in 
รูปที่ 5: ขั้นตอนที่ 1 - ใส่ Username และ Password
Step 2: Sing up
ใส่ข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบทุกช่องที่มีเครื่องหมาย
* เมื่อใส่เสร็จแล้วให้กดปุ่ม
Continue
(หากใส่ไม่ถูกรูปแบบที่ระบบต้องการจะแสดงข้อความเตือนให้อ่านข้อความที่แจ้งเตือนและแก้ไขตามให้ถูกต้องและกดปุ่ม
Continue อีกครั้ง)
![]()

รูปที่ 6: ขั้นตอนที่ 2 แบบฟอร์มการสร้าง Google Apps Education Edition
หมายเหตุ: จะเห็นได้ว่าจะมีข้อความแสดง
![]()
รูปที่ 7: ข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับ Editionของ Google Apps
ซึ่งหมายถึงว่า โดเมนที่ผ่านคุณสมบัติในการสมัคร Google Apps Education Edition โดยอัตโนมัตินั้น ต้องเป็น .edu ถ้าท่านเป็นสถาบันการศึกษา แต่ไม่ได้มีชื่อโดเมนเป็น .edu จะได้รับ Standard Edition ไปโดยอัตโนมัติ ทางเราจะติดต่อมายังท่านเพื่อเปลี่ยนเป็น Education Edition
ดังนั้นหากสมัคร Google Apps แล้วยังไม่ได้ Education Edition แต่ได้เป็น Standard Edition นั้นก็ต้องรอการตรวจสอบจาก Google สักระยะเวลาหนึ่งจึงจะทำการเปลี่ยนเป็น Education Edition ให้
Step 3: Set up
สร้างข้อมูล Administrator
คนแรก
โดยใส่ข้อมูลลงในแบบฟอร์มในช่องที่มีเครื่องหมาย * แล้วกดปุ่ม
I accept. Continue with set
up>> ระบบจะพาไปยังหน้า Dashboard ของระบบ
Google Apps

รูปที่ 8: ขั้นตอนการ Set up สร้าง Account
สำหรับผู้บริหารระบบคนแรก
ที่หน้า Dashboard ของระบบ Google Apps ก่อนจะใช้บริการต่างๆ ต่อไปได้ จะต้องทำการ Verify domain ownership เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนก่อน ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดในข้อ 1.3 Verify domain ownership และทำ Activate service ต่างๆ ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดในข้อ 1.4 Activate Email

รูปที่ 9: Dashboard เมื่อ sign up เสร็จครั้งแรก
คือการตรวจสอบความเป็นเจ้าของโดเมนโดยกดที่ลิงค์ Verify domain ownership
![]()

รูปที่ 10: Verify domain ownership

รูปที่ 11: เลือกรูปแบบการทำ Verify domain ownership
เลือกรูปแบบการตรวจสอบ คือ
1) Upload an HTML file: คือการสร้าง ไฟล์ HTML ตามรูปแบบที่กำหนดตามคำอธิบายและทำการ upload ไปยัง domain hosting หลังจาก upload แล้วให้กดปุ่ม Verify (ดูตัวอย่างการเตรียมไฟล์ HTML ที่ 8.1.1. การเตรียมไฟล์ HTML)

รูปที่ 12: Verification แบบ Upload ไฟล์ HTML
ระบบจะพามายังหน้า Dashboard
และแสดงข้อความ We are checking domain
ownership. This may take 48 hours to complete
![]()
![]()

รูปที่ 13: สถานะการตรวจสอบ Domain ownership
หากผ่านการตรวจสอบความเป็นเจ้าขอโดเมนแล้วข้อความแจ้งเตือนให้ทำการ
Verify domain ownership
จะหายไป และในส่วนของ service ต่างๆ ยกเว้น email จะมีสถานะเป็น updating

รูปที่ 14: ผ่านการตรวจสอบ Domain ownership
2) Change your CNAME record: คือการตั้งค่า CNAME ให้เป็นตามรูปแบบในคำอธิบายแล้วให้กดปุ่ม Verify (ดูตัวอย่างการตั้งค่า CNAME ที่ 8.2.1.หรือ 8.3.1.

รูปที่ 15: Verification แบบเปลี่ยน CNAME record
ระบบจะพามายังหน้า Dashboard
และแสดงข้อความ We are checking domain
ownership. This may take 48 hours to complete
![]()
![]()

รูปที่ 16: กำลังตรวจสอบสถานะ Domain ownership
หากผ่านการตรวจสอบความเป็นเจ้าขอโดเมนแล้วข้อความแจ้งเตือนให้ทำการ
Verify domain ownership
จะหายไป และในส่วนของ service ต่างๆ ยกเว้น email จะมีสถานะเป็น updating

รูปที่ 17: ผ่านการตรวจสอบ Domain ownership
สำหรับบริการ Email นั้นจะต้องทำการ Activate email โดยกดที่ลิงค์ Activate email
![]()

รูปที่ 18:
Activate email service
ระบบจะพามายังหน้า Set up email delivery

รูปที่ 19: Set up Email delivery
ในการตั้งค่าการ MX
records มีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: Sign in เข้าไปยัง domain host ของท่าน
ขั้นตอนที่ 2: ไปยังหน้าที่จัดการ DNS เพื่อแก้ไข MX records ซึ่งอาจจะมีชื่อใน นองนี้คือ "DNS Management," "Mail Server Configuration," or "Name Server Management"
ขั้นตอนที่ 3: ลบ MX records เดิมออกให้หมด ถ้าไม่มี MX record เดิมให้ข้ามไปทำ
ขั้นตอนที่ 4: หรือถ้ามีอยู่เดิมก็สามารถแก้ค่า MX เดิม และ เพิ่ม MX ให้ครบให้ เป็นตามข้อ 4 ก็ได้
ขั้นตอนที่ 5: ใส่ค่า MX Server address และ Priority มากที่สุดเท่าที่ระบบ ท่านจะให้ใส่ได้ โดยที่ค่าที่สามารถใส่ได้มีดังรายการในข้อ 4 คือ
|
MX Server address |
Priority |
|
ASPMX.L.GOOGLE.COM. |
1 |
|
ALT1.ASPMX.L.GOOGLE.COM. |
5 |
|
ALT2.ASPMX.L.GOOGLE.COM. |
5 |
|
ASPMX2.GOOGLEMAIL.COM. |
10 |
|
ASPMX3.GOOGLEMAIL.COM. |
10 |
|
ASPMX4.GOOGLEMAIL.COM. |
10 |
|
ASPMX5.GOOGLEMAIL.COM. |
10 |
ดูตัวอย่างการตั้งค่า
MX records ได้ที่ 8.2.2.
หรือ 8.3.2.
ขั้นตอนที่ 6: หากต้องการป้องกัน Spam สามารถกำหนดค่า SPF ใน domain host ของ ท่านให้เลือกรับ email จาก IP ที่ท่านกำหนดได้ ในการ activate email ไม่จำเป็นต้องทำข้อนี้ก็ได้
ขั้นตอนที่ 7: เมื่อทำเสร็จแล้วให้กดปุ่ม I've completed these steps เมื่อทำ เสร็จแล้วระบบจะพากลับมาที่หน้า Domain Settings จะเห็นว่า ที่ข้างชื่อโดเมนปลอม จะแสดงข้อความ Updating This may take up to 48 hours to complete ซึ่งอาจจะต้องรอเป็นระยะเวลาหนึ่งถึงจะใช้โดเมนปลอมได้ (ภายใน 48ชั่วโมง) หรือหากยังไม่ต้องการให้ทำการเปลี่ยนแปลงให้กดปุ่ม Ill do this later
ผู้บริหารระบบสามารถเข้าสู่ระบบได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
1) พิมพ์ http://www.google.com/a/YourDomain ที่ browser เมื่อ YourDomain คือชื่อโดเมนของท่าน เช่น http://www.google.com/a/std.ru.ac.th
เป็นต้น
ระบบจะพามายังหน้าสำหรับ sign in เข้าสู่ Control panel ดังรูปที่ 1


รูปที่ 20: หน้าสำหรับเข้าสู่ระบบ Control panel ของ Google Apps
2) ใส่ชื่อและรหัสผ่าน เมื่อผ่านการตรวจสอบโดยระบบแล้วจะพามายังหน้าแรกของระบบ หรือที่จะเรียกกันต่อไปว่า Dashboard และกล่าวถึงรายละเอียดในข้อ 3.
2.2. ลืมรหัสผ่าน
ในกรณีที่ลืมรหัสผ่านให้กดที่ ลิงค์ Forgot your administrator username or password?
![]()

รูปที่ 21: ลืม Administrator username หรือ password
ระบบจะพามายังหน้า Lost administrator password?
ในกรณีที่ท่านเป็น Domain
Administrator (ผู้ที่ทำการ สร้าง Google Apps ของโดเมนนั้นๆ) ท่านสามารถเข้าไปเปลี่ยน password ของท่านได้โดย Sing in ด้วย Gmail
(หมายถึง email address ที่ท่านใช้เมื่อสร้าง Google Apps โดเมน ที่มีรูปแบบเป็น user@gmail.com)

รูปที่ 22: Administrator password สูญหาย
สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ได้ดังนี้

รูปที่ 23: เปลี่ยน Administrator password
· New password: ใส่รหัสผ่านใหม่ที่ท่านต้องการ
· Repeat password: ใส่รหัสผ่านใหม่ซ้ำอีกครั้ง
· Save new password: กดปุ่ม Save new password เพื่อบันทึกค่ารหัสผ่านใหม่
·
Cancel changes: หรือหากไม่ต้องการเปลี่ยนให้กดปุ่ม Cancel
changes
ในกรณที่ไม่ได้เป็น Domain administrator ต้องติดต่อ Support เพื่อขอเปลี่ยนรหัสผ่าน หากต้องการข้อมูลในการติดต่อ Support ให้กดที่ลิงค์ Contact your administrator
![]()

รูปที่ 24: ลิงค์ Contact your administrator
ระบบจะพาไปยังหน้าที่ให้ข้อมูลที่สามารถติดต่อโดยตรงไปยัง
Domain administrator ได้
สำหรับข้อมูลติดต่อ Domain administrator นั้น
สามารถกำหนดได้ในส่วนของ domain settings
ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในหัวข้อต่อไป


รูปที่ 25: ข้อมูลติดต่อผู้บริหารระบบ
คือหน้าแรกเมื่อเข้าสู่ระบบ
แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

รูปที่ 26: Dashboard
3.1. ลิงค์ต่างๆ บน Top bar
ในส่วนด้านบนของหน้า
จะมีฟังก์ชั่น และลิงค์เพื่อเข้าไปสู่หน้าการทำงานอื่นๆ ดังนี้ (ลิงค์ต่างๆนี้จะ
แสดงในส่วนบนของทุกๆ หน้าใน control panel
ด้วย)

รูปที่ 27: ลิงค์ต่างๆ บน Top bar
3.1.1. Search
accounts
สามารถค้นหา Account ในระบบได้ดังนี้
![]()
รูปที่ 28: Search accounts
· Keyword search: ใส่ account ที่ต้องการค้นหาลงในช่องด้านหน้า สามารถใส่เพียงส่วนหนึงของคำได้
· Search account : กดปุ่ม Search accounts
· Search result : จะแสดงผลการค้นหาดังรูป


รูปที่ 29: ผลการค้นหา Account
3.1.2. Inbox
สามารถกดที่ลิงค์ Inbox เพื่อเปิดกล่องจดหมาย
ซึ่งทำให้เข้าสู่บริการในส่วนของ Gmail ได้ทันที
![]()
![]()
รูปที่ 30: ลิงค์ Inbox

รูปที่ 31: Inbox หรือ กล่องจดหมาย
รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานฟังก์ชั่น Gmail นั้น จะอธิบายในเอกสาร Google Apps - User manual
3.1.3. Calendar
สามารถกดที่ลิงค์ Calendar เพื่อเปิด Calendar
ซึ่งทำให้เข้าสู่บริการในส่วนของ Calendar ได้ทันที
![]()
![]()
รูปที่ 32: ลิงค์ Calendar

รูปที่ 33: Calendar หรือ ปฏิทิน
รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานฟังก์ชั่น Calendar นั้น จะอธิบายในเอกสาร Google Apps - User manual
3.1.4. Help
สามารถกดที่ลิงค์ Help เพื่อเปิด Help
(https://www.google.com/support/a/)
ซึ่งทำให้ท่านเข้าสู่บริการ Support ข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานระบบ Google Apps ได้ทันที
![]()
![]()
รูปที่ 34: ลิงค์ Help

รูปที่ 35: Help- Google Apps for Administrators
3.1.5. Sign out
กดที่ลิงค์ Sign out เมื่อต้องการออกจากระบบ
![]()
![]()
รูปที่ 36: ลิงค์ Sing out
3.2. News & Info
ที่หน้า Dashboard
จะแสดงข้อความที่สำคัญๆ และ แสดงข้อความข่าวสารเกี่ยวกับบริการใหม่ๆ
ที่เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงในระบบ Google Apps เสมอ
![]()

รูปที่ 37: ข้อความแสดงข่าวสารและบริการใหม่ๆ
3.3. สุขภาพของโดเมนโดยสรุป


รูปที่ 38: สุขภาพของโดเมนโดยสรุป
ประกอบด้วยลิงค์ต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดการทำงานดังนี้
3.3.1. Manage
account information
กดที่ลิงค์ Manage account information เพื่อเข้าสู่ระบบการจัดการข้อมูล account

![]()

รูปที่ 39: ลิงค์ Manage account information
จะพามายังหน้า Account information ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Domain settings สำหรับตั้งค่าต่างๆ ของโดเมน นั้นจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อ 5.2. Account information

รูปที่ 40: แบบฟอร์มแสดงและการจัดการข้อมูล Account
3.3.2. Domain
names

![]()

รูปที่ 41: ลิงค์ Domain names
กดที่ลิงค์ domain names ระบบจะพามายังหน้า Domain names ซึ่งเป็นหน้าที่แสดงข้อมูลชื่อ Primary domain และโดเมนอื่นๆ หรือ Domain alias และการจัดการเกี่ยวกับการ Domain alias ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อ 5.3. Domain name

รูปที่ 42: การจัดการข้อมูลชื่อโดเมนปลอม (Domain alias)
3.4. Service
settings
คือส่วนของลิงค์ที่เข้าไปจัดการ
Service ประเภทต่างๆ
ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดต่อไปในหัวข้อ 7.Service
settings


รูปที่ 43: การตั้งค่าบริการต่างๆ
คือส่วนของการจัดการข้อมูล User ในระบบ ประกอบด้วยส่วนของการทำงานดังนี้
![]()

รูปที่ 44: การจัดการ User accounts
4.1. Users
หน้าแสดงรายการ User ในระบบ


รูปที่ 45: รายการ Users
ประกอบด้วยข้อมูลดังนี้
· Name: แสดงชื่อและนามสกุลของ User สามารถกดที่ลิงค์บนชื่อเพื่อเปิดหน้าแสดงรายละเอียดของ User และสามารถแก้ไขข้อมูลได้ที่หน้านี้ ดูรายละเอียดที่ 4.1.1. User details
· User name: แสดงชื่อ User
· Status: แสดงสถานะของ User ที่เป็น Administrator หากไม่ใช่ Administrator จะเป็นค่าว่าง
· Email quota: แสดง % พื้นที่ Email ที่ถูกใช้ไป
· Last singed in: แสดงวันที่ที่เข้าสู่ระบบครั้งล่าสุด หรือแสดงเฉพาะเวลา หากวันที่เค้าสู่ระบบครั้งล่าสุดคือวันปัจจุบัน
· Delete users: เลือก check ที่ ด้านหน้า แล้วกดปุ่ม Delete ด้านล่าง
ข้อสังเกตุ: สามารถกดที่ลิงค์บนชื่อคอลัมน์ เพื่อเรียงลำดับข้อมูลตามคอลัมน์นั้นๆ ได้
ฟังก์ชั่นอื่นๆ มีดังนี้
มีรายละเอียดข้อมูลที่แสดงและการทำงาน ดังนี้
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

รูปที่ 46: รายละเอียดของ User
· ส่วนของลิงค์ต่างๆ ที่สำคัญ
o Change name: กดที่ลิงค์ Change name เพื่อเปลี่ยนชื่อนามสกุล

รูปที่ 47: เปลี่ยนชื่อ
o Suspend user: กดที่ลิงค์ Suspend user เพื่อระงับ user ไม่ให้สามารถใช้ Google apps ได้ ระบบจะแสดงข้อความยืนยัน กดปุ่ม Suspend user เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง

รูปที่ 48: ระงับการใช้งานของ User
User ที่ถูกระงับจะสามารถถูก Restore โดยกดที่ลิงค์ Restore
เพื่อให้สามารถใช้ Google Apps ต่อไปได้
![]()
![]()

รูปที่ 49: เปิดการใช้งานให้กับ User
ระบบจะแสดงข้อความให้ยืนยันการ
Restore กดปุ่ม Restore user เพื่อยืนยัน

รูปที่ 50: ยืนยันการเปิดใช้งาน
o Delete user: กดที่ลิงค์ Delete เพื่อลบ User ระบบจะแสดงข้อความเพื่อให้ยืนยันการลบ กดปุ่ม Delete user เพื่อยืนยันการลบ

รูปที่ 51: ลบ User
สำหรับการลบ User
นั้นจะทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ user ได้แก่ email และ contacts ของ user ถูกลบออกไปด้วย หลังจากที่ลบ user ออกไปแล้วต้องรออีก 5 วันถึงจะทำการสร้าง
account ใหม่ที่มี Username เดียวกันนี้ได้
· User name: แสดงชื่อ User
· Password: กดที่ลิงค์ Change password หากต้องการเปลี่ยนรหัสผ่าน

รูปที่ 52: เปลี่ยน Password
o Password: ใสรหัสผ่านที่ต้องการ
o Re-enter Password: ใส่รหัสผ่านที่ต้องการอีกครั้ง
o Require a change of password in the next sign in: check ที่ box ด้านหน้าหากต้องการให้บังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่านเมื่อมีการเข้าสู่ระบบในครั้งต่อไป
· Privileges: เป็นการกำหนดสิทธิ์ในการเป็น Administrator

รูปที่ 53: ยืนยันการตั้งสิทธิ์ให้กับ User
o Allow User to administer Domain name: check ที่ช่องด้านหน้าหากต้องการให้กำหนดสิทธิ์ให้ user นี้ในการจัดการระบบได้
o ระบบจะแสดงข้อความยืนยัน กดปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
· Email quota: แสดง % การใช้พื้นที่ของ Email
· Nick names: แสดงชื่อเล่น หากไม่มีจะแสดงเป็น None
o หากต้องการเพิ่มชื่อเล่นให้กดลิงค์ Add a nickname ใส่ชื่อเล่นที่ต้องการในช่องด้านหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 54: สร้างชื่อเล่น (Nickname)
o หากมีชื่อเล่นอยู่แล้ว และต้องการลบออกให้กดลิงค์ Remove ระบบจะแสดงข้อความยืนยันว่าต้องการ remove กดปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
· Email list: แสดงชื่อ Email list ที่มี user นี้อยู่
o View: กดที่ลิงค์ View เพื่อดูข้อมูลรายการ user ใน email list นั้น
o Remove: กดที่ลิงค์ Remove เพื่อลบ Email นี้ออกจาก Email list ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการ Remove กดปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
· Add to Email list: กดที่ลิงค์ Add an Email list แล้วใส่ชื่อ Email list ที่ช่องด้านหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 55: สร้าง Email list
· Save changes: เมื่อแก้ไขข้อมูลต่างๆ แล้วให้กดปุ่ม Save changes เพื่อบันทึกข้อมูล
กดที่ลิงค์ Create
a new user เพื่อสร้าง User ใหม่ จะแสดงแบบฟอร์มดังรูป
![]()

รูปที่ 56: สร้าง User ใหม่
![]()


รูปที่ 57: แบบฟอร์มการสร้าง User ใหม่


รูปที่ 58: การตั้ง Password
ข้อมูลที่ต้องบันทึก
มีดังนี้
· First name: ชื่อ
· Last name: นามสกุล
· Username: ชื่อที่จะใช้ในการเข้าระบบ
· Set password: กดที่ลิงค์ Set password เพื่อตั้งรหัสผ่าน หรือหากต้องการใช้ Temporary password ก็ได้
· Create a new user: เมื่อใส่ข้อมูลครบแล้วกดปุ่ม Create new user เพื่อบันทึกข้อมูล จะแสดงข้อมูลของ user ที่สร้างดังรูปด้านล่าง
![]()

รูปที่ 59: ลิงค์ Edit setting
· Edit settings: สามารถกดที่ลิงค์ Edit settings for เพื่อเข้าไปแก้ไขข้อมูล user ที่สร้างขึ้นใหม่ได้ ระบบจะเปิดหน้า User details เพื่อให้แก้ไขข้อมูลได้ ตามที่กล่าวรายละเอียดไว้แล้วในข้อ 4.1.1. User details
Email list คือการสร้างกลุ่มของ email โดยสามารถตั้งชื่อกลุ่มและใส่รายการ
email address ของผู้รับในกลุ่ม ซึ่งจะทำให้สามารถส่ง email
ไปยังผู้รับทีละหลายๆ คนได้ มีวิธีการใช้งานดังนี้
กดที่ลิงค์ Create email list
![]()

รูปที่ 60: ลิงค์ Create email list
ระบบจะพามายังหน้า Create a new email list

รูปที่ 61: แบบฟอร์มการสร้าง Email list ใหม่
ข้อมูลที่ต้องบันทึกมีดังนี้
· Choose a name for the new email list: ใส่ชื่อ Email list ที่ต้องการเป็นภาษาอังกฤษ
· Add a recipient: ใส่ชื่อ user ที่ต้องการให้อยู่ใน list
· Add recipient: กดปุ่ม Add recipient เพื่อสร้าง ระบบจะสร้าง Email list ตามชื่อที่ระบุ หากซ้ำระบบจะแสดงข้อความเตือน
· Add everyone in my domain: ในกรณีที่ต้องการให้ทุก User ในโดเมนอยู่ใน email list นี้ให้กดปุ่ม Add every one in my domain
· Note: You may add recipients that are out side your domain: ท่านสามารถใส่ email address อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในโดเมนใน Email list ได้เช่นกัน
· Cancel: กดปุ่ม Cancel เมื่อไม่ต้องการสร้าง Email list
เมื่อสร้าง Email
listแล้วระบบจะพามายังหน้า ที่สามารถเพิ่มผู้รับ หรือ
ลบผู้รับ อื่นๆ ใน Email list ได้


รูปที่ 62: เพิ่มรายการผู้รับใน Email list
ข้อมูลที่ต้องบันทึกมีดังนี้
· Add a recipient: ใส่ชื่อ user ที่ต้องการให้อยู่ใน list
· Add recipient: กดปุ่ม Add recipient ชื่อผู้รับจะไปแสดงในรายการด้านล่าง

รูปที่ 63: สร้างรายการผู้รับใหม่
สามารถใส่ผู้รับที่อยู่ภายนอกโดเมนได้
![]()

รูปที่ 64: เพิ่ม User ที่อยู่ภายนอกโดเมนใน Email list

รูปที่ 65: เลือกลบ User จาก Email list

รูปที่ 66: User ถูกลบออกจาก Email list แล้ว
Remove from this list: หากต้องการลบรายการผู้รับให้ Check ที่ box ด้านหน้าแล้วกดปุ่ม Remove from this list รายการนั้นๆ จะถูกลบออกไปจาก Email list
· Delete email list: กดที่ลิงค์ Delete email list ระบบจะแสดงข้อความยืนยันว่าต้องการลบ email list นั้นหรือไม่ การลบจะทำให้ไม่สามารถส่ง email ไปยังผู้รับใน Email list ชื่อนั้นได้อีก
· Delete list: กดปุ่ม Delete list เมื่อต้องการลบ Email list นั้นจะหายไปจากรายการ Email
· Cancel: กดปุ่ม Cancel เมื่อไม่ต้องการลบ
![]()

รูปที่ 67: ลบ Email list

รูปที่ 68: Email list หายไปจากตาราง Email address
กดที่ลิงค์ Download user list as CSV หากต้องการนำรายการข้อมูล Email list มาไว้ในรูปแบบ CSV
![]()

รูปที่ 69: ลิงค์ Download user list as CSV

รูปที่ 70: บันทึกไฟล์ CSV
· Open: กดปุ่ม Open เพื่อเปิดไฟล์ CSV ด้วย MS excel

รูปที่ 71: เปิดไฟล์ CSV ด้วย Excel
· Save: กดปุ่ม Save เพื่อเก็บไฟล์ในพื้นที่ที่ต้องการ

รูปที่ 72: บันทึกไฟล์ CSV
ในกรณีที่ CSV ที่ download มาเมื่อเปิดดูแล้วมีปัญหาในการแสดงผลข้อมูลที่เป็นภาษาไทยให้แก้ไขดังนี้
![]()

รูปที่ 73: ตัวอย่างไฟล์ที่มีปัญหาการแสดงข้อมูลภาษาไทย
· เปิดไฟล์ CSV นั้นด้วย Notepad

รูปที่ 74: เปิดไฟล์ CSV ด้วย Notepad
· บันทึกไฟล์นั้นโดยไปที่เมนู File > Save As

รูปที่ 75: บันทึกไฟล์ CSV
· บันทึกไฟล์นั้นโดยไปที่เมนู File > Save As
· เลือก Save as type: เป็น All Files
· เลือก Encoding เป็น Unicode

รูปที่ 76: บันทึกไฟล์ให้มี encoding เป็น Unicode
· กดปุ่ม Yes เมื่อต้องการให้บันทึกไฟล์นั้นโดยแทนที่ไฟล์เดิม

รูปที่ 77: บันทึกไฟล์
· ลองเปิดไฟล์ CSV นั้นอีกครั้งปัญหาเรื่องการแสดงผลภาษาไทยก็จะหมดไป
![]()

รูปที่ 78: ตัวอย่างไฟล์ที่แสดงผลภาษาไทยอย่างถูกต้อง
4.1.4. Upload
many users at once
คือฟังก์ชั่นสำหรับสร้างหลายๆ User ในคราวเดียวได้ โดยการใช้ฟัง์ชั่น Upload many users at once
![]()

รูปที่ 79: Upload หลาย user ในคราวเดียว
กดที่ลิงค์ Upload many users at one โดยทำตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในหน้า Bulk account update ดังนี้ 
รูปที่ 80: ขั้นตอนการ upload หลาย user ในคราวเดียว
ขั้นตอนที่ 1: สร้างรายการ User เป็นไฟล์รูปแบบ CSV โดยใช้ excel

รูปที่ 81: ตัวอย่างรูปแบบการเก็บข้อมูล user เพื่อเตรียม upload
ไฟล์จะประกอบด้วยข้อมูล
4 คอลัมน์คือ Username, First name,
Last name และ password
ขั้นตอนที่ 2: เลือก Update options ซึ่งแต่ละแบบมีความหมายดังนี้
· Create new accounts for usernames that do not yet exist. : สร้าง account ใหม่สำหรับ user ที่ยังไม่มีชื่ออยู่ในระบบ ซึ่งเป็น Option ที่ถูกเลือกเสมอ
· Update existing accounts with new names and passwords.: เลือกตัวเลือกนี้เมื่อต้องการให้แก้ไขข้อมูล ชื่อ (first name และ last name) และรหัสผ่านของ user ที่มีอยู่แล้วในระบบ
· Require a password change when new or updated users sign in.: เลือกตัวเลือกนี้เมื่อต้องการให้เมื่อ user เข้าระบบครั้งแรกแล้วบังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่านก่อน
![]()
ขั้นตอนที่ 3 กดที่ปุ่ม Browse แล้วเลือกเปิดไฟล์ CSV
ที่สร้างไว้ 
รูปที่ 82: เลือกไฟล์ CSV เพื่อ upload
· Upload and Continue: กดปุ่ม Upload and Continue เพื่อสั่ง upload รายการ user
![]()

รูปที่ 83: สั่ง upload และ ดำเนินการในขั้นต่อไป
· Confirm and Run Update: ระบบจะแสดงรายการตามข้อมูลในไฟล์ CSV และแสดงในหน้าจอเพื่อให้ยืนยันว่าต้องการสร้าง User ตามนั้นหรือไม่ กดปุ่ม Confirm and Run Update เพื่อยืนยันให้สร้าง
·
Upload a different file: กดที่ลิงค์ Upload a different file เพื่อเลือกไฟล์อื่นๆ
![]()
![]()

รูปที่ 84: ยืนยันการ update ตามข้อมูลที่ upload ไป
·
รายการข้อมูลที่สร้างจะถูกดำเนินการ
ระยะเวลาในการดำเนินการจะใช้เวลามากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของข้อมูล
และระบบจะส่งรายงานไปยัง Email ของท่าน ขณะที่การสร้างกำลังดำเนินการอยู่นั้นสามารถออกจากหน้าจอเพื่อใช้งานระบบในส่วนอื่นๆ
ได้

รูปที่ 85: แจ้งข้อความสถานะการ Update
·
รายการข้อมูลที่สร้างเรียบร้อยแล้วจะมาแสดงในหน้าจอ Users ดังรูป
![]()
![]()

รูปที่ 86: รายการข้อมูลที่ update แล้วจะแสดงในรายการ User
4.1.5. Request
for more users
สามารถกดที่ลิงค์ Request
more users ในกรณีที่ต้องการขอ User เพิ่ม
![]()

รูปที่ 87: ลิงค์ Request more users
ระบบจะพามาที่หน้า Request for more users 
รูปที่ 88: บันทึกข้อมูลการ Request more users
มีข้อมูลที่ต้องบันทึกดังนี้
· Enter the number of additional user accounts needed: ใส่จำนวน user ที่ต้องการขอเพิ่ม
· Reason for requesting additional user accounts: ใส่เหตุผลที่ต้องการขอเพิ่ม
· Save changes: กดปุ่ม save changes เพื่อส่ง request ไปอนุมัติ เมื่อส่งไปแล้วจะได้รับการแจ้งสถานะทาง Email
· Cancel: กดปุ่ม Cancel หากไม่ต้องการส่ง request
4.2. Settings
4.2.1. Enable
provisioning API
คือการตั้งค่าการจัดการ User ในระบบโดยใช้ Provisioning API ของ Google Apps ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างโปรแกรมระบบการจัดการ User ของท่านเอง เพื่อจัดการข้อมูล User ใน Google Apps ได้
หากต้องการ Enable การทำงานของ Provisioning API ให้ทำดังนี้
· Enable provisioning API: Check ทิ่ box หน้า Enable provisioning API
· Save changes: กดปุ่ม save changes เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง


รูปที่ 89: ตั้งค่าให้สามารถทำงานโดยใช้ Provisioning API
เมื่อการตั้งค่าถูกบันทึกแล้วจะแสดงข้อความ Your settings have been saved.
![]()

รูปที่ 90: การตั้งค่าการใช้ Provisioning API ได้รับการบันทึก
และที่หน้า Dashboard
จะแสดงข้อมูล ให้ทราบว่าสถานะของการตั้งค่าเป็นแบบ
API และการจัดการข้อมูล user ที่หน้าจอ Control panel จะไม่ถูกส่งไปรวมในระบบการจัดการ
User ที่เป็นระบบภายนอก
![]()

รูปที่ 91: แจ้งสถานะ API และข้อความเตือน
4.2.2. Sign-in
page
หน้า Sign-in นั้นจะเลือกได้ 2 แบบคือ
· Use Googles sign-in page: โดยปกติการเข้าสู่ระบบ Google Apps จะทำที่หน้า Sign-in ของ Google ดังที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อ 2.1. การเข้าสู่ระบบ
![]()

รูปที่ 92: ตั้งค่าหน้า Sign-in เป็นหน้า Sign-in ของ Google
· Use your own sign-in page: คือการเลือกใช้บริการ SAM-based Single Sign-On(SSO) เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการเข้าระบบ Gmail หรือ Calendar โดยการเข้าที่หน้า Sign-in ที่สร้างขึ้นเอง
![]()


รูปที่ 93: ตั้งค่าหน้า Sign-in เป็นหน้าที่สร้างขึ้นเอง และ กดลิงค์
กดที่ลิงค์ Edit
single sign-on (SSO) เพื่อตั้งค่าต่างๆ ระบบจะพามายังหน้า Edit single sign-on (SSO) โดยมีข้อมูลที่ต้องบันทึกดังนี้

รูปที่ 94: Upload ไฟล์ Certificate เพื่อทำการ verify การตั้งค่า Single sign-on
· Enable single sign-on: check ที่ box ด้านหน้า เพื่อเปิดการทำงานแบบ single sign on
· Sign-in page URL: ใส่ URL ที่ต้องการใช้เป็นหน้าที่เรียกในการเข้าระบบ
· Sign-out page URL: ใส่ URL ที่ต้องการใช้เป็นหน้าที่ออกจากระบบ
· Change password URL: ใส่ URL ที่ต้องการใช้เป็นหน้าที่ใช้ในการเปลี่ยน รหัสผ่าน
· Verification certificate: เลือกไฟล์ Certificate ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม upload


รูปที่ 95: บันทึกค่าการตั้ง Single sign-on
· Save changes: กดปุ่ม Save changes เพื่อบันทึก
· Cancel: กดปุ่ม Cancel เพื่อยกเลิก
ในการทำระบบ SSO นี้จะต้องมีการสร้างโปรแกรมเพื่อส่งข้อมูลต่างๆ ระหว่างระบบภายนอกกับ Google Apps ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://code.google.com/apis/apps/sso/saml_reference_implementation.html
การตั้งค่าต่างๆ
ของโดเมน มีดังนี้
5.1. General
คือหน้าสำหรับตั้งค่าทั่วไปของโดเมน ได้แก่

รูปที่ 96: ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโดเมน
· Organization Name: คือชื่อองค์กรของท่าน สามารถใส่เป็นชื่อทั่วๆ ไปได้ เช่น ชื่อโรงเรียน ชื่อคณะ หรือ ชื่อชมรมเป็นต้น
· User support: คือข้อมูลติดต่อ ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ระบบ
· Language: เลือกภาษาหลักที่ใช้บนโดเมนของท่าน
· Time zone: เลือกโซนเวลา สำหรับประเทศไทยให้เลือก Thailand (ราชอาณาจักรไทย) จากรายการ Show all time zones และเลือก (GMT+07:00) Bangkok จากรายการ Select time zone
คือส่วนของการข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ
ของ Account ประกอบด้วยข้อมูลดังนี้

รูปที่ 97: ข้อมูล Account ของโดเมน
คือหน้าแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโดเมน
และ การจัดการโดเมนปลอม (Domain alias) การจัดการโดเมนปลอม
นั้นจะสามารถทำให้ผู้ส่งสามารถส่งข้อมูลเข้ามายัง user โดยใช้ email address ที่นอกเหนือจากรูปแบบ
username@yourdomain แต่สามารถอยู่ในรูปแบบทีใช้ username@domainalias ได้ด้วย ดังที่จะอธิบายต่อไปนี้
·
Add a domain alias: กดที่ลิงค์ Add a domain alias เพื่อสร้างชื่อปลอมให้กับโดเมน
![]()


รูปที่ 98: การสร้างชื่อโดเมนปลอม
ระบบจะพามายังหน้า Set up email delivery เพื่อให้ทำการตั้งค่ารายการ Mail Exchange (MX) ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้โดเมนปลอมของท่านมาใช้ Mail Exchange ของ Google apps แทน mail server เดิม ซึ่งต้องทำตามขั้นตอนตามที่อธิบายไปแล้วที่ 1.4 Activate email
![]()

รูปที่ 99: แสดงสถานะการสร้างชื่อโดเมนปลอม
เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วหน้าจอจะแสดงข้อความ
Updating
This may take up to 48 hours to
complete ซึ่งหมายความว่าระบบกำลัง update ข้อมูลอยู่ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาถึง 48 ชั่วโมง
·
Remove alias: กดที่ลิงค์ Remove alias หากต้องการลบโดเมนปลอม
![]()

รูปที่ 100: การลบชื่อโดเมนปลอม


รูปที่ 101: ยืนยันการลบชื่อโดเมนปลอม
คือเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการระบบ
ในส่วนต่างๆ ที่มีระดับการทำงานที่ซับซ้อน มีเครื่องมือต่างๆ ดังนี้

รูปที่ 102: เครื่องมือที่ช่วยในการจัดการระบบ
6.1. Bulk
upload
คือฟังก์ชั่นในการสร้างและแก้ไขข้อมูลหลายๆ User ในครั้งเดียว โดยกดที่ลิงค์ User accounts bulk update
![]()

รูปที่ 103: ลิงค์ User accounts bulk update
ระบบจะพามายังหน้า Bulk account update ซึ่งมีรายละเอียดวิธีการใช้งานเช่นเดียวกับที่อธิบายไปแล้วในข้อ 4.1.4 Upload many users at once
คือกดที่ลิงค์ Set
up single sign-on (SSO) เพื่อเปิดใช้บริการ Single sign-on
และตั้งค่าต่างๆ ตามที่ได้อธิบายไปแล้วใน 4.2.2. Sign
in page- Use your own sign-in page
![]()

รูปที่ 104: ลิงค์ Set-up sign-on (SSO)
6.3. Email
migration
คือเครื่องมือในการนำข้อมูล
Email จาก Email account ที่ท่านเคยใช้เดิมเข้าสู่ Email Account บน Google apps มีวิธีการใช้งานดังนี้
![]()
![]()
![]()

รูปที่ 105: ลิงค์ต่างๆ ในการตั้งค่า Email migration
กดลิงค์ Start over เพื่อเริ่มต้นการตั้งค่าต่างๆ หรือ กดลิงค์ Continue setting up mail (IMAP) Migration หากได้มีการตั้งค่าไปแล้วแต่ยังไม่เสร็จ สำหรับขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นการตั้งค่านั้น แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1:
Set server connection คือการสร้าง Connection ไปยัง Mail server ที่เป็นต้นทางของ Email
ที่จะถูกนำเข้ามา มีค่าที่ต้องบันทึกในส่วนของ Establish
server connection ดังนี้

รูปที่ 106: หน้าจอการตั้งค่าเพื่อติดต่อไปยัง Server ต้นทาง

รูปที่ 107: กำหนดเวลาที่ไม่ต้องการติดต่อไปยัง server ต้นทาง
ขั้นตอนที่ 2: Specify users to migrate คือการใส่ข้อมูล user ที่ต้องการทำการ migration

รูปที่ 108: เลือกแบบการทำ Migration

รูปที่ 109: การ Migration แบบจำนวน user น้อยๆ

รูปที่ 110: ทดสอบการติดต่อไปยัง Server ต้นทาง

รูปที่ 111: สถานะการติดต่อไปยัง Server ต้นทาง
ขั้นตอนที่ 3: Start migration คือการทำ migration
·
Start migration>>: กดปุ่ม Start migration เพื่อเริ่มต้นการดึงข้อมูล

รูปที่ 112: แสดงข้อมูลการเชื่อมต่อ ก่อนเริ่มต้นการ Migration

รูปที่ 113: รายการประวัติการทำ Migration
![]()
![]()
![]()
![]()


รูปที่ 114: รายละเอียดของแต่ละรายการ Migration
6.4. API
references
คือส่วนของการตั้งค่าการจัดการ User ในระบบโดยใช้ Provisioning API ของ Google Apps ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถสร้างโปรแกรมระบบการจัดการ User ของท่านเอง และสามารถนำมาจัดการข้อมูล User ใน Google Apps ได้
Provisioning API: กดที่ลิงค์ Provisioning API เพื่อไปยังหน้าแสดงข้อมูลทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการใช้งาน Google Apps Provisioning API V2.0 Reference
![]()
![]()

รูปที่ 115: ลิงค์ Provisioning API และ User account settings

รูปที่ 116: Google Apps Provisioning API V2.0 Reference
User account settings: กดที่ลิงค์ User account settings เพื่อไปยังหน้าเปิดการใช้งาน Provisioning API ตามที่อธิบายไปแล้วในข้อ 4.2.1Enable Provisioning API
คือส่วนของการตั้งค่าบริการต่างๆของระบบ
มีดังนี้


รูปที่ 117: เมนูเข้าสู่การตั้งค่าบริการต่างๆ
7.1. Start
page
คือหน้าแรกที่ User เข้ามาใช้ระบบ มีส่วนของการจัดการดังนี้

รูปที่ 118: การตั้งค่า Start page
คือการสร้างหน้าแรกที่เข้าสู่ระบบ
Google Apps ของ user
![]()

รูปที่ 119: ลิงค์ Customize start page
Start
Page Editor ประกอบด้วยส่วนของการทำงานดังนี้

รูปที่ 120: โปรแกรมสร้างหน้า Start page
· Template สามารถเลือกแบบใดแบบหนึ่งคือ
o Fully customizable: คือ template แบบที่ user สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการทุกๆ ส่วน
o Locked column: คือ template แบบที่ล็อคส่วนคอลัมน์แรกไว้ ซึ่งจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับ ประกาศบริษัท ข่าวสารต่างๆ เป็นต้น สำหรับส่วนอื่นๆ user สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ

รูปที่ 121: เลือกแบบ Layout
· Colors: สามารถเลือกสีของส่วนต่างๆ ใน template ได้ เช่น สีพื้นหลังของ Page header, สีพื้นหลังของ Main page เป็นต้น

รูปที่ 122: ตั้งค่าสี ขององค์ประกอบต่างๆ
· Header and Footer : สามารถสร้าง header และ footer ได้โดยใช้เครื่องมือในการปรับแต่งที่มีอยู่ดังนี้

รูปที่ 123: สร้าง Header และ Footer
|
|
ใส่รูปภาพ |
|
|
ใส่ลิงค์ |
|
|
ตัวอักษรหนา |
|
|
ตัวอักษรเอียง |
|
|
หัวข้อเรื่อง |
|
|
สีตัวอักษร |
|
|
เลือกแบบตัวอักษร |
|
|
เลือกขนาดตัวอักษร |
|
|
ตั้งแนวของหน้า ชิดซ้าย ตรงกลาง หรือ
ชิดขวา |
|
|
เลือกประเภทตัวอักษร |
|
|
กดที่ลิงค์นี้เพื่อไปแก้ไข HTML |
· Content: สามารถสร้างและแก้ไข content ในส่วนต่างๆได้ และสามารถกดที่ลิงค์ Add stuff>> เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาอื่นๆได้
ตัวอย่าง: แก้ไขให้แสดงรายการหัวข้อข่าวจากรอยเตอร์ 5 รายการเป็นต้น



![]()



รูปที่ 124: การปรับแต่งเนื้อหา
ตัวอย่าง: การ Add stuff คือการเลือกองค์ประกอบที่มีฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ มาประกอบในหน้าเว็บ
·
เลือก stuff จากเมนูด้านซ้าย

รูปที่ 125: เลือก Stuff
·
กดปุ่ม Add it now ใต้ stuff ที่ต้องการเช่น เลือก Date & Time แล้วกดที่ลิงค์ <<Back to homepage

รูปที่ 126: เพิ่ม Stuff
·
Date & Time จะเพิ่มเข้ามาที่ Content
ซึ่งสามารถกดเลือกวางตำแหน่งที่ต้องการได้


รูปที่ 127: จัดวาง Stuff
· Publish: เมื่อทำการปรับแต่งหน้าเว็บแล้วสามารถเลือกสั่งให้
o Publish Updates: กดปุ่ม Publish updates เมื่อต้องการให้หน้าเว็บแสดงผลตามที่ปรับแต่ง
o Unpublish: กดปุ่ม Unpublish เมื่อไม่ต้องการให้แสดงผลตามที่ปรับแต่ง

รูปที่ 128: Publish
7.1.2. Web
address
คือการกำหนด Web address ที่เข้ามาสู่หน้าแรกของระบบ โดยกดที่ลิงค์ Change URL Web address นั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
![]()

รูปที่ 129: ลิงค์ Change URLของบริการ Start page

รูปที่ 130: เลือกแบบ URL
· Default: จะอยู่ในรูปแบบ http://partnerpage.google.com/yourdomain
·
Custom: สามารถกำหนด URL เพื่อเข้าสู่หน้า start
page ให้มีรูปแบบที่ต้องการ โดยใส่ CNAME
ที่ต้องการที่ช่องหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 131: เลือกแบบ Custom URL
ในการกำหนด Custom URL นั้นจะต้องมีการเปลี่ยนค่า CNAME ที่ Domain hosting ด้วยดังนี้

รูปที่ 132: ขั้นตอนการเปลี่ยน CNAME
· เข้าสู่ระบบ Domain hosting ของท่าน ท่าน แล้วเข้าไปในส่วนของการจัดการ DNS
· กำหนดค่า CNAME เป็น ค่าที่ต้องการ และ กำหนดปลายทาง (destination) เป็น ghs.google.com และบันทึกค่าลงในระบบ ดูตัวอย่างการ ตั้งค่าได้ที่
· I've completed these steps: เมื่อตั้งค่า CNAME แล้ว กดปุ่ม Ive completed these steps เพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า
·
Ill do this later: กดปุ่ม Ill do this later หากยังไม่ต้องการทำการเปลี่ยนแปลง
เมื่อตั้งค่า Custom
URL แล้วหากมาดูที่หน้า Dashboard จะเห็นว่า URL ของ start page เปลี่ยนเป็นค่าที่ต้องการ
![]()

รูปที่ 133: Custom URL
7.1.3. Disable
service
กดที่ลิงค์ Disable start page เมื่อต้องการปิดบริการ Start page editor 
รูปที่ 134: ลิงค์ Disable start page

รูปที่ 135: ยืนยันการปิดบริการ Start page
· Yes, disable Start page editor: กดปุ่ม Yes, disable Start page editor เมื่อต้องการปิดบริการ
· No, leave Start page editor running: กดปุ่ม No, leave Start page editor running หากต้องการให้บริการทำงานต่อไป
7.2. Email
7.2.1. General
คือหน้าแสดงข้อมูลและจัดการเกี่ยวกับบริการ Email มีส่วนประกอบดังนี้

รูปที่ 136: การตั้งค่าทั่วไปเกี่ยวกับบริการ Email
7.2.1.1.
Web address
คือการกำหนด Web address ที่เข้ามาสู่หน้า Email ของระบบ โดยกดที่ลิงค์ Change URL ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
![]()

รูปที่ 137: ลิงค์ Change URL ของบริการ Email

รูปที่ 138: เลือกแบบ URL
· Default: จะอยู่ในรูปแบบ http://mail.google.com/a/yourdomain
· Custom: สามารถกำหนด URL เพื่อเข้าสู่หน้ Email ให้มีรูปแบบที่ต้องการ โดยใส่ CNAME ที่ต้องการที่ช่องหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 139: เลือกแบบ Custom URL

รูปที่ 140: ขั้นตอนการเปลี่ยน CNAME ของบริการ Email
· ในการกำหนด Custom URL นั้นจะต้องมีการเปลี่ยนค่า CNAME ด้วยดังนี้
· เข้าสู่ระบบ Domain hosting ของท่าน ท่าน แล้วเข้าไปในส่วนของการจัดการ DNS
· กำหนดค่า CNAME เป็น ค่าที่ต้องการ และ กำหนดปลายทาง (destination) เป็น ghs.google.com และบันทึกค่าลงในระบบ ดูตัวอย่างการตั้งค่า CNAME ได้ที่ 8.2.3. หรือ 8.3.3.
· I've completed these steps: เมื่อตั้งค่า CNAME แล้ว กดปุ่ม Ive completed these steps เพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า
· Ill do this later: กดปุ่ม Ill do this later หากยังไม่ต้องการทำการเปลี่ยนแปลง
เมื่อตั้งค่า Custom URL แล้วหากมาดูที่หน้า Dashboard จะเห็นว่า URL ของ start page เปลี่ยนเป็นค่าที่ต้องการ
![]()

รูปที่ 141: Custom URL ของ บริการ Email
7.2.1.2.
Catch-all address
คือการตั้งค่ากรณีที่รับ
Email ที่ไม่มี address อยู่ในระบบ มี 2 ทางเลือกคือ

รูปที่ 142: Cash-all address
· Discard the email: ไม่รับ Email ที่ส่งมาที่ Email address ที่ไม่มีอยู่ในระบบ
· Forward the email to: ทำการส่งต่อ Email ไปยัง Email address ตามที่ระบุในช่องด้านหน้าชื่อโดเมน
7.2.1.3.
Email gateway
คือการตั้งค่า SMTP
server เพื่อให้เป็นทางออกในการส่ง Email ซึ่งจะมีประโยชน์ในระหว่างที่มีการย้ายระบบจาก Email server เดิมมายัง Google Apps จะทำให้สามารถส่ง Email
ออกทาง Mail server เดิมได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะมี email address อยู่บน Google mail server แล้วก็ตาม

รูปที่ 143: ตั้งค่า Email gateway
7.2.1.4.
Email whitelist
คือการตั้งค่า IP address ที่ส่ง email เข้ามาให้เป็น email ที่จะไม่ถูกแยกว่าเป็น SPAM สามารถกำหนดได้หลาย IP โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย ,

รูปที่ 144: Email whitelist
7.2.1.5.
Email activation
คือการทำให้บริการ Email
สามารถใช้งานได้ตามที่อธิบายไปแล้วที่ 4.1.2. Create a new user ,
4.1.4. Upload many users at one และ 1.4
Email activation
7.2.1.6.
Disable service
กดที่ลิงค์ Disable email เมื่อต้องการปิดบริการ Email
![]()

รูปที่ 145: ลิงค์ Disable email

รูปที่ 146: ยืนยันการปิดบริการ Email
· Yes, disable Email: กดปุ่ม Yes, disable Email เมื่อต้องการปิดบริการ
· No, leave Email running: กดปุ่ม No, leave Email running หากต้องการให้บริการทำงานต่อไป
7.2.2. Email
addresses
คือตารางแสดงรายการ Email address ในระบบ ทั้งที่เป็น Email account และ Email list
· สามารถกดลิงค์ที่หน้าชื่อ Recipient เพื่อ ดูข้อมูล user detail ได้
·
ในกรณีที่เป็น Email list จะแสดงข้อมูลจำนวนผู้รับที่อยู่ใน
Email list นั้น และแสดงชื่อของผู้รับที่ด้านข้าง
สามารถกดที่ ลิงค์จำนวนผู้รับเพื่อไปยังหน้ารายการ Email list และสามารถจัดการข้อมูลผู้รับที่หน้านั้นได้


รูปที่ 147: รายการ Email address
7.2.2.1.
Create an email list
กดที่ลิงค์ Create an email list เพื่อสร้างกลุ่มผู้รับ Email ซึ่งมีวิธีการใช้งานเช่นเดียวกับที่อธิบายไปแล้วใน 4.1.3 Create email list
![]()

รูปที่ 148: การสร้าง Email list
7.2.2.2.
Download user list as
CSV
กดที่ลิงค์ Download user list as CSV เมื่อต้องการ download รายการ user มาเก็บไว้ในเป็นไฟล์ CSV
![]()

รูปที่ 149: ลิงค์ Download user list as CSV

รูปที่ 150: บันทึกไฟล์ CSV
· Open: กดปุ่ม Open เพื่อเปิดไฟล์โดยโปรแกรม MS excel
· Save: กดปุ่ม Save เมื่อต้องการจัดเก็บไฟล์ไว้ในพื้นที่ที่ต้องการ
· Cancel: กดปุ่ม Cancel เมื่อต้องกายกเลิกการทำงาน
7.3. Chat
คือบริการโปรแกรมการสนทนาผ่าน Internet ซึ่งสามารถที่จะเลือกลงโปรแกรม Google Talk บนเครื่องที่มีระบบปฏิบัติการเป็น windows หรือหากไม่ต้องการลงโปรแกรม ก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นในการสนทนาผ่านทางหน้าเว็บที่อยู่ในโปรแกรม Gmail ได้

รูปที่ 151: การตั้งค่าบริการสนทนา
7.3.1.1.
Download Google Talk
กดที่ลิงค์ Download Google Talk เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมการสนทนา มา install ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีระบบปฏิบัติการเป็น windows
![]()

รูปที่ 152: ลิงค์ Download Google Talk

รูปที่ 153: Run หรือ Save โปรแกรม Google Talk
· Run: กดปุ่ม Run เมื่อต้องการลงโปรแกรม
· Save: กดปุ่ม Save เมื่อต้องการบันทึกตัวโปรแกรมไว้ก่อนแล้วจึงทำการลงภายหลัง
· Cancel: กดปุ่ม Cancel เมื่อต้องการยกเลิก
เมื่อลงโปรแกรมแล้วสามารถใช้โปรแกรมในการสนทนาได้โดยใช้ User ในระบบ Google Apps สามารถสนทนากับ user ที่อยู่ในโดเมนและ user ที่มี Gmail account ได้สำหรับรายละเอียดการใช้งาน Talk นั้นจะอธิบายรายละเอียดในเอกสาร Google Apps User manual

รูปที่ 154: ตัวอย่างหน้าจอการใช้โปรแกรมการสนทนา (Google Talk)
7.3.1.2.
Sharing options
คือการเลือกการสนทนาว่าต้องการให้ทำการสนทนาภายนอกโดเมนด้วย
Option ใดบ้าง ซึ่ง user จะสามารถสนทนากับ user ที่อยู่บน Google
apps และ Gmail user ได้โดยอัตโนมัติ

รูปที่ 155: รูปแบบการสนทนาร่วมกัน
· Display users chat status outside this domain: เลือกให้แสดงสถานะการสนทนาของ user ภายนอกโดเมนได้
· Warn users when chatting outside this domain: เตือนเมื่อ user ทำการสนทนาภายนอกโดเมน
7.3.1.3.
Disable service
กดที่ลิงค์ Disable
chat เมื่อต้องการปิดบริการ
![]()
![]()
รูปที่ 156: ลิงค์ Disable Chat

รูปที่ 157: ยืนยันการปิดบริการสนทนา
· Yes, disable Chat: กดปุ่ม Yes, disable Chat เมื่อต้องการปิดบริการ
· No, leave Chat running: กดปุ่ม No, leave Chat running หากต้องการให้บริการทำงานต่อไป
7.4. Calendar
คือบริการปฏิทิน
ที่สามารถใช้ในการทำกำหนดการส่วนตัวต่างๆ หรือการทำกำหนดการที่ใช้ร่วมกับ User
อื่นๆ บนโดเมนหรือภายนอกโดเมนได้
7.4.1. General
คือหน้าแสดงข้อมูลและการจัดการทั่วไปเกี่ยวกับ
Calendar มีส่วนประกอบดังนี้

รูปที่ 158: การตั้งค่าทั่วไปของบริการปฏิทิน
7.4.1.1.
Web address
คือการกำหนด Web address ที่เข้ามาสู่บริการ Calendar โดยกดที่ลิงค์ Change URL Web address แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
![]()

รูปที่ 159: ลิงค์ Change URL ของบริการปฏิทิน
· Default: จะอยู่ในรูปแบบ http://www.google.com/calendar/yourdomain
· Custom: สามารถกำหนด URL เพื่อเข้าสู่บริการ Calendar ให้มีรูปแบบที่ต้องการ โดยใส่ CNAME ที่ต้องการที่ช่องหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 160: เลือกรูปแบบ URL

รูปที่ 161: เลือกรูปแบบ Custom URL
· Continue>>: กดปุ่ม Continue>> ระบบจะพามายังหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยน CNAME
·
Cancel: กดปุ่ม Cancel หากต้องการยกเลิกการเปลี่ยนแปลง

รูปที่ 162: ขั้นตอนการตั้งค่า CNAME ของบริการปฏิทิน
ในการกำหนด Custom URL นั้นจะต้องมีการเปลี่ยนค่า CNAME ที่ Domain hosting ด้วยดังนี้
· เข้าสู่ระบบ Domain hosting ของท่าน แล้วเข้าไปในส่วนของการจัดการ DNS
· กำหนดค่า CNAME เป็น ค่าที่ต้องการ และ กำหนดปลายทาง (destination) เป็น ghs.google.com และบันทึกค่าลงในระบบ ดูตัวอย่างการตั้งค่า CNAME ได้ที่ 8.2.3. หรือ 8.3.3.
· I've completed these steps: เมื่อตั้งค่า CNAME แล้ว กดปุ่ม Ive completed these steps เพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า
· Ill do this later: กดปุ่ม Ill do this later หากยังไม่ต้องการทำการเปลี่ยนแปลง
เมื่อตั้งค่า Custom URL แล้วหากมาดูที่หน้า Dashboard จะเห็นว่า URL ของ Calendar เปลี่ยนเป็นค่าที่ต้องการ
![]()

รูปที่ 163: Custom URL ของบริการปฏิทิน
เมื่อตั้งค่า Custom
URL แล้วหากมาดูที่หน้า Dashboard จะเห็นว่า URL ของ Calendar เปลี่ยนเป็นค่าที่ต้องการ
7.4.1.2.
Sharing options
คือการเลือกรูปแบบในการใช้ Calendar ร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ดังนี้

รูปที่ 164: การจัดรูปแบบการใช้ปฏิทินร่วมกัน
· Outside this domain set user ability: ซึ่งโดยปกติ calendar จะไม่มีการใช้ร่วมภายนอกโดเมน แต่สามารถกำหนดระดับการเปิดใช้ร่วมกันได้ดังนี้
o Only free/busy information (hide event details): แสดงเฉพาะข้อมูลเฉพาะเวลาที่ว่าง โดยซ่อนรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ไว้
o Share all information, but outsiders cannot change calendar: ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ แต่ผู้ใช้ที่อยู่ภายนอกโดเมนจะไม่สามารถเปลี่ยน calendar ได้
o Share all information, and outsiders can change calendars: ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และผู้ใช้ที่อยู่ภายนอกโดเมนสามารถเปลี่ยน calendar ได้
· Within this domain set default: คือรูปแบบในการใช้ calendar ร่วมกันบนโดเมนเดียวกัน
o No sharing: ไม่ใช้ calendar ร่วมกัน
o Only free/busy information (hide details): แสดงเฉพาะข้อมูลเฉพาะเวลาที่ว่าง โดยซ่อนรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ไว้
o Share all information: ใช้ข้อมูลร่วมกันทั้งหมด
7.4.1.3.
Disable service
กดที่ลิงค์ Disable calendar เมื่อต้องการปิดบริการ Calendar
![]()

รูปที่ 165: ลิงค์ Disable calendar

รูปที่ 166: ยืนยันการปิดบริการปฏิทิน
· Yes, disable Calendar: กดปุ่ม Yes, disable Calendar เมื่อต้องการปิดบริการ
· No, leave Calendar running: กดปุ่ม No, leave Calendar running หากต้องการให้บริการทำงานต่อไป
7.4.2. Resources
คือส่วนของการจัดการข้อมูล
Resource ที่ใช้ในระบบ Calendar ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการต่างๆ เช่น ห้องประชุมหรืออุปกรณ์ประกอบการประชุม
เป็นต้น

รูปที่ 167: การตั้งค่า Resource
7.4.2.1.
Create a new resource
กดที่ลิงค์ Create
a new resource เพื่อสร้าง resource ใหม่
![]()

รูปที่ 168: ลิงค์ Create a new resource

รูปที่ 169: สร้าง Resource ใหม่
ข้อมูลที่ต้องบันทึกมีดังนี้
·
Resource name: ใส่ชื่อ resource
·
Resource type: ใส่ประเภท resource เช่น conference room, projector เป็นต้น
·
Description:
ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ resource ถ้ามี
·
Create resource: กดปุ่ม Create resource เพื่อบันทึกข้อมูล (Administrator
ทุกคนสามารถจัดการ resource ได้เข้าไปในระบบ Calendar ของตนเองได้เช่นกัน)
·
Cancel: กดปุ่ม Cancel หากต้องการยกเลิก
เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วรายการ Resource จะมาแสดงในตารางดังรูปด้านล่าง

รูปที่ 170: บันทึกข้อมูล Resource
7.4.2.2.
Edit/Delete resources
หากต้องการลบ Resource
ให้ ทำดังนี้

รูปที่ 171: ลบ Resource
· Check ที่ box หน้าชื่อ resource ที่ต้องการลบ
· Delete resource(s): กดปุ่ม Delete resource() เพื่อลบรายการที่เลือก ระบบจะแสดงข้อความให้ยืนยันการลบ


รูปที่ 172: ยืนยันการลบ Resource
· Delete resource(s): กดปุ่ม Delete resource() ที่ข้อความเพื่อยืนยันการลบ การยืนยันการลบที่นี่จะทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ resource นี้ถูกลบออกจากระบบไปด้วย
· Cancel: กดปุ่ม Cancel หากต้องการยกเลิก
เมื่อยืนยันการลบแล้ว
Resource ที่เลือกจะหายไปจากตาราง

รูปที่ 173: รายการ Resource ถูฏลบออกจากตาราง
7.5. Web
pages
คือบริการเครื่องมือในการสร้างเว็บของโดเมน มีส่วนของการทำงานดังนี้

รูปที่ 174: การตั้งค่าบริการ Web pages
7.5.1. Service
setup
กดที่ลิงค์ Edit
your web pages เพื่อแก้ไขหน้าเว็บของโดเมน
![]()

รูปที่ 175: ลิงค์ Edit your web pages
ระบบจะพาไปยังหน้า Page
Creator ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ
เพื่อสร้างหน้าเว็บของท่านเองได้

รูปที่ 176: โปรแกรม Site Manager
สำหรับรายละเอียดของการใช้งาน Page editor นั้นจะกล่าวในรายละเอียดในเอกสาร Google Apps - Google Page Creator
7.5.2. Web
address
คือการกำหนด Web
address ที่เข้ามาสู่หน้าเว็บของโดเมน โดยกดที่ลิงค์
Change URL Web address แบ่งออกเป็น 2
แบบคือ
![]()
![]()
รูปที่ 177: ลิงค์ Change URL ของ Web pages
· Default: จะอยู่ในรูปแบบ http://yourdomain-a.googlepages.com
· Custom: สามารถกำหนด URL เพื่อเข้าหน้าเว็บของโดเมน ให้มีรูปแบบที่ต้องการ โดยใส่ CNAME ที่ต้องการที่ช่องหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 178: เลือกแบบ URL

รูปที่ 179: เลือกแบบ Custom URL
· Continue>>: กดปุ่ม Continue>> ระบบจะพามายังหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยน CNAME
· Cancel: กดปุ่ม Cancel หากต้องการยกเลิกการเปลี่ยนแปลง

รูปที่ 180: ขั้นตอนการเปลี่ยน CNAME ของบริการ Web pages
ในการกำหนด Custom URL นั้นจะต้องมีการเปลี่ยนค่า CNAME ที่ Domain hosting ด้วยดังนี้
· เข้าสู่ระบบ Domain hosting ของท่าน แล้วเข้าไปในส่วนของการจัดการ DNS
· กำหนดค่า CNAME เป็น ค่าที่ต้องการ และ กำหนดปลายทาง (destination) เป็น ghs.google.com และบันทึกค่าลงในระบบ ดูตัวอย่างการตั้งค่า CNAME ได้ที่ 8.2.3. หรือ 8.3.3.
· I've completed these steps: เมื่อตั้งค่า CNAME แล้ว กดปุ่ม Ive completed these steps เพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า
· Ill do this later: กดปุ่ม Ill do this later หากยังไม่ต้องการทำการเปลี่ยนแปลง
![]()

รูปที่ 181: Custom URL ของบริการ Web pages
เมื่อตั้งค่า Custom
URL แล้วหากมาดูที่หน้า Dashboard จะเห็นว่า URL ของ Web pages เปลี่ยนเป็นค่าที่ต้องการ และสามารถข้ามายังหน้าเว็บได้ได้โดยเรียก Custom URL นี้
7.5.3. Disable service
กดที่ลิงค์ Disable
web pages เมื่อต้องการปิดบริการ
![]()

รูปที่ 182: ลิงค์ Disable web pages

รูปที่ 183: ยืนยันการปิดบริการ Web pages
· Yes, disable Web pages: กดปุ่ม Yes, disable Web pages เมื่อต้องการปิดบริการ
· No, leave Web pages running: กดปุ่ม No, leave Web pages running หากต้องการให้บริการทำงานต่อไป
7.6. Docs
and Spreadsheets
คือบริการเครื่องมือในการสร้าง Document และ spreadsheets

รูปที่ 184: การตั้งค่าบริการ Docs and Spreadsheets
7.6.1. Web
address
คือการกำหนด Web address ที่เข้ามาสู่บริการ Doc and spreadsheets โดยกดที่ลิงค์ Change URL Web address แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
![]()

รูปที่ 185: ลิงค์ Change URL ของบริการ Docs and Spreadsheets
· Default: จะอยู่ในรูปแบบ http://docs.google.com/a/yourdomain
· Custom: สามารถกำหนด URL เพื่อเข้าสู่บริการ Doc and spreadsheets ให้มีรูปแบบที่ต้องการ โดยใส่ CNAME ที่ต้องการที่ช่องหน้าชื่อโดเมน

รูปที่ 186: เลือกแบบ URL

รูปที่ 187: เลือกแบบ Custom URL
· Continue>>: กดปุ่ม Continue>> ระบบจะพามายังหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยน CNAME
· Cancel: กดปุ่ม Cancel หากต้องการยกเลิกการเปลี่ยนแปลง

รูปที่ 188: ขั้นตอนการตั้งค่า CNAME ของบริการ Docs and Spreadsheets
ในการกำหนด Custom URL นั้นจะต้องมีการเปลี่ยนค่า CNAME ที่ Domain hosting ด้วยดังนี้
· เข้าสู่ระบบ Domain hosting ของท่าน แล้วเข้าไปในส่วนของการจัดการ DNS
· กำหนดค่า CNAME เป็น ค่าที่ต้องการ และ กำหนดปลายทาง (destination) เป็น ghs.google.com และบันทึกค่าลงในระบบ ดูตัวอย่างการตั้งค่า CNAME ได้ที่ 8.2.3. หรือ 8.3.3.
· I've completed these steps: เมื่อตั้งค่า CNAME แล้ว กดปุ่ม Ive completed these steps เพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า
· &nbs